โลกธนาคารแห่งอนาคต? ไร้คน ทำยังไง?

2024-07-09

สรุปสั้น ๆ

Decentralized finance (DeFi) คือ ระบบการเงินแบบไร้ตัวกลางที่ใช้สัญญาอัจฉริยะ (Smart contract) ในการบริหารจัดการ ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินต่าง ๆ ได้โดยตรง โดยเวลาที่มีคนเข้ามาใช้บริการ DeFi เจ้าของโปรเจกต์ก็จะเก็บค่าธรรมเนียมเป็นรายได้ และยิ่งโปรเจกต์ DeFi มีรายได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงดูดผู้ใช้และเงินทุนเข้ามาสู่ระบบมากขึ้นเท่านั้น

บทนำ

การเลือกใช้ DeFi ให้เหมาะสมนั้น ต้องอาศัยทั้งเวลาและความพยายามอย่างมาก เพราะหลาย ๆ แพลตฟอร์มก็ดูเหมือนกันไปหมด แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าแพลตฟอร์มไหนดีที่สุดเพื่อที่จะใช้สร้างรายได้จากคริปโตของเรา?

เคล็ดลับสำคัญคือ การเข้าใจที่มาของรายได้ของแต่ละแฟลตฟอร์ม และแพลตฟอร์มนั้นแบ่งผลกำไรให้กับผู้ใช้มากแค่ไหน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมว่าจะนำเงินไปลงทุนกับแพลตฟอร์ม DeFi ไหนถึงจะดีที่สุด

DeFi ทำงานอย่างไร

DeFi เปรียบเสมือนศูนย์กลางทางการเงินแบบไร้ตัวกลาง ที่ให้บริการทางการเงินต่าง ๆ ผ่าน Smart contract ตัวอย่างเช่น บริการแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลแบบไม่ต้องพึ่งตัวกลาง (Decentralized exchange) บริการกู้ยืม และ Liquidity pool ซึ่งบริการเหล่านี้ล้วนทำงานบนบล็อกเชนผ่าน Smart contract ทั้งสิ้น

สิ่งที่ทุกคนจะต้องมีเพื่อเข้าถึงและใช้งานบริการเหล่านี้ก็คือ กระเป๋าเงินดิจิทัลและสกุลเงินดิจิทัลเพื่อใช้ในการชำระค่าธรรมเนียมธุรกรรมนั้นเอง

DeFi ยังมีการให้บริการทางการเงินที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น บริการแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล ตลาดเงิน สัญญาอนุพันธ์ และผลิตภัณฑ์ออมเงิน ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องมีตัวกลางคอยอนุมัติธุรกรรมของเราให้ยุ่งยาก

DeFi สร้างรายได้จากไหน?

DeFi มีค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบเหมือนกันกับธุรกิจทั่วไป ค่าใช้จ่ายหลัก ๆ มาจากการใช้พลังงานคอมพิวเตอร์ในการรัน Smart contract ซึ่งผู้ใช้บริการจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเหล่านี้ในรูปแบบของค่า Gas และนอกจากนี้ก็ยังยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ เช่น ค่าพัฒนาโปรแกรมและค่าบำรุงรักษา ตัวของ DeFi ก็จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้บริการเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนนี้และสร้างกำไรให้กับ Protocol เองอีกด้วย

Decentralized Exchanges (DEX)

ผู้ที่ใช้ DEX จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อใช้บริการ เป็นเหมือนกับค่า Commission เวลาเทรดเหรียญ ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้อาจอยู่ที่ประมาณ 0.3% ขึ้นอยู่กับ DEX ที่ใช้งาน โดยค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะถูกนำไปเก็บไว้ในคลังของผู้ให้บริการ DEX หรือเป็นสภาพคล่องสำรอง

Lending Protocol

ผู้ที่กู้ยืมเงินดิจิทัลจาก Lending protocol จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกู้ยืม โดยส่วนหนึ่งจะนำไปจ่ายให้กับผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity provider - ผู้ใช้รายอื่นที่นำเงินมาฝากในระบบ) ซึ่งผู้ใช้เหล่านี้ก็จะเป็นเหมือนกับเจ้าหนี้ หากให้เข้าใจง่าย ๆ ก็เหมือนกับการฝากเงินในธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ยนั่นเอง และส่วนที่เหลือก็จะนำไปเป็นของ Protocol เอง เพื่อนำไปใช้ในการดูแลและพัฒนาระบบต่อไป

ทำไมรายได้ของ DeFi ถึงมีความสำคัญ?

รายได้ของ DeFi ไม่ได้มีประโยชน์แค่การนำไปเป็นค่าใช้จ่ายของโปรเจกต์เองเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีกับคนที่นำเหรียญมา Stake อีกด้วย โปรเจกต์ DeFi ส่วนใหญ่จะมีระบบแบ่งปันผลกำไรให้กับคนที่ถือเหรียญสำหรับโหวต (Governance Token) นอกจากนี้ รายได้ยังอาจถูกนำไปเพิ่ม APR (อัตราร้อยละต่อปี) ให้กับคนที่ Stake เหรียญหรือ Liquidity provider บนแพลตฟอร์มอีกด้วย

สำหรับ DEX รายได้ที่สูงขึ้นก็จะดึงดูดผู้ใช้งานมากขึ้น ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง และยังเพิ่ม APY ให้กับ Yield aggregator ด้วย เนื่องจาก Yield aggregator จะรวมเอาเหรียญที่ผู้ใช้ Stake ไว้ ไปจ่ายให้ Network validator เพื่อให้ได้ทำธุรกรรมก่อน

เราจะสรุปวงจรเงินไหลเข้าและรายได้ของโปรเจกต์ได้ดังนี้

  1. โปรเจกต์ที่เป็นที่นิยมจะดึงดูดสภาพคล่อง ซึ่งสภาพคล่องก็จะดึงดูดผู้ใช้งานให้เข้ามาใช้โปรเจกต์มากขึ้น เป็นวงจรต่อไปเรื่อย ๆ

  2. ปริมาณการเทรดและสภาพคล่องที่สูงขึ้นจะช่วยลด Slippage (ส่วนต่างของราคาที่คาดหวังกับราคาที่ได้จริง) และทำให้การเทรดเร็วขึ้น

  3. ผู้ใช้งานมากขึ้น ช่วยเพิ่มปริมาณการเทรดจริง ส่งผลให้รายได้มากขึ้น

  4. รายได้ถูกนำไปแบ่งปันกับคนที่ Stake เหรียญ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องอีก


วงจรนี้ยังดึงดูดคนที่อยากเข้ามาฟาร์ม Yield ด้วย ส่วนคนที่อยากลงทุนก็สามารถเพิ่มโอกาสในการทำกำไรด้วยดอกเบี้ยทบต้น และยิ่งโปรเจกต์ประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งดึงดูดสภาพคล่องและผู้ที่เข้ามาฟาร์ม Yield ได้มากขึ้นเท่านั้น กระบวนการนี้จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งก็นำไปพัฒนา Protocol ให้ดียิ่งขึ้นได้อีก

วิธีเช็กรายได้ของ DeFi

DeFi นั้นทำงานแบบ On-chain ซึ่งหมายความว่าข้อมูลการทำธุรกรรมเกือบทั้งหมด สามารถตรวจสอบได้ (ขึ้นอยู่กับบล็อกเชนที่ใช้) แม้ว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึง Blockchain explorer ได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเข้าใจรายได้ทั้งหมดของ Protocol เสมอไป ยังมีเว็บที่รวบรวมข้อมูลบล็อกเชนอยู่อีกมากมายที่จะช่วยให้เราเข้าใจรายได้ของแต่ละ Protocol ได้ง่ายขึ้น

ทุกคนสามารถค้นหาข้อมูลจาก Google และศึกษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และจะเจอข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ ค่าสถิติต่าง ๆ ของ DeFi ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราตัดสินใจลงทุนได้ดียิ่งขึ้น

สรุป

ไม่ว่าจะดูที่ผลตอบแทนที่แท้จริงหรือพื้นฐานเบื้องต้นของโปรเจกต์ รายได้ก็ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องศึกษา การลงทุนจะดีได้ก็ต่อเมื่อเราเข้าใจวิธีที่ Protocol สร้างและแบ่งปันรายได้ และหากใครต้องการศึกษาเกี่ยวกับ DeFi 2.0, Yield Farming และหัวข้อการเงินทั่วไปเพิ่มเติม สามารถหาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของ Binance Academy ได้เลย

อ้างอิงจาก : https://academy.binance.com/en/articles/how-defi-protocols-generate-revenue-and-why-it-s-important