Tokenized Gold คืออะไร?

บทนำ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ผู้คนทั่วโลกใช้ในการรักษามูลค่าความมั่งคั่งมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน ทองคำมักถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) อย่างไรก็ตาม การถือครองทองคำในรูปแบบกายภาพก็มีข้อจำกัด เช่น มีน้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายยาก ต้องมีสถานที่จัดเก็บที่ปลอดภัย และต้องรับภาระต้นทุนในการดูแลรักษา นอกจากนี้ ราคาทองคำแท่งหนึ่งแท่งอาจสูงเกินไปสำหรับนักลงทุนรายย่อย
Tokenized Gold จึงเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยนำทองคำจริงมาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน แนวคิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระแส Real-World Assets (RWA) หรือการนำสินทรัพย์ในโลกจริงมาแปลงให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงทองคำได้สะดวกและยืดหยุ่นมากขึ้นโดยไม่ต้องถือครองทองคำจริงด้วยตนเอง
Tokenized Gold คืออะไร?
Tokenized Gold คือโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชนที่แสดงสิทธิความเป็นเจ้าของทองคำจริงในโลกกายภาพ โดยทั่วไปโทเคนเหล่านี้มีลักษณะคล้าย Stablecoin แต่แทนที่จะอ้างอิงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ ราคาของโทเคนจะอ้างอิงกับราคาทองคำในตลาดโลก
โดยปกติแล้ว 1 โทเคนจะเทียบเท่าทองคำในปริมาณที่กำหนด เช่น 1 ทรอยออนซ์ (ประมาณ 31.1 กรัม) หรือ 1 กรัม ทองคำจริงจะถูกเก็บรักษาไว้ในห้องนิรภัย (Vault) ที่มีความปลอดภัยสูง โดยบริษัทผู้ดูแลทรัพย์สิน (Custodian)
เนื่องจากโทเคนเหล่านี้อยู่บนบล็อกเชน เช่น BNB Smart Chain หรือ Ethereum ผู้ถือครองสามารถโอน แลกเปลี่ยน หรือใช้งานในแอปพลิเคชันทางการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) ได้เช่นเดียวกับคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ
กระบวนการทำงานของ Tokenized Gold
โดยทั่วไป การแปลงทองคำให้เป็นโทเคนดิจิทัลมีขั้นตอนสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่
1. การจัดเก็บ (Custody)
ผู้ออกโทเคน (Issuer) จะซื้อทองคำจริงและจัดเก็บไว้ในห้องนิรภัยที่มีการประกันภัยและระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าโทเคนมีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง
2. การสร้างโทเคน (Minting)
ผู้ออกโทเคนจะใช้ Smart Contract บนบล็อกเชนในการสร้างโทเคน โดยจำนวนโทเคนที่ออกจะต้องสอดคล้องกับปริมาณทองคำที่ถือครอง เช่น หากมีทองคำ 100 ออนซ์ จะสามารถออกโทเคนได้ 100 โทเคน (อัตราส่วน 1:1)
3. การตรวจสอบและยืนยัน (Auditing & Attestation)
เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ผู้ออกโทเคนที่มีมาตรฐานจะว่าจ้างผู้ตรวจสอบอิสระ (Third-party Auditor) เพื่อตรวจสอบว่าปริมาณทองคำในห้องนิรภัยตรงกับจำนวนโทเคนที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ บางโครงการอาจใช้ระบบ Proof of Reserve (PoR) ผ่านเครือข่าย Oracle เช่น Chainlink เพื่อเพิ่มความโปร่งใสแบบ On-chain
ในกรณีที่ผู้ถือโทเคนต้องการไถ่ถอน (Redeem) สามารถขายโทเคนผ่านตลาดซื้อขาย หรือในบางกรณีสามารถแลกคืนกับผู้ออกโทเคนเพื่อรับทองคำจริง (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ปริมาณขั้นต่ำ และค่าธรรมเนียม) โดยโทเคนที่ถูกไถ่ถอนจะถูก “เผา” (Burn) เพื่อรักษาสัดส่วน 1:1
ข้อดีของ Tokenized Gold
1. เข้าถึงง่ายและซื้อแบบแบ่งส่วนได้ (Fractional Ownership)
ทองคำแท่งมีราคาสูง แต่ Tokenized Gold เปิดโอกาสให้ลงทุนในปริมาณย่อยได้ เช่น 0.01 โทเคน ทำให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินทุนไม่มาก
2. ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ตลาดทองคำแบบดั้งเดิมมีเวลาทำการจำกัด แต่ Tokenized Gold สามารถซื้อขายผ่านตลาดคริปโตได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และทำธุรกรรมได้เกือบทันที
3. โปร่งใสและตรวจสอบได้
บล็อกเชนบันทึกข้อมูลธุรกรรมแบบถาวร (Immutable) เมื่อผสานกับการตรวจสอบทุนสำรองและ Proof of Reserve ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบความถูกต้องของสินทรัพย์ได้สะดวกยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทองคำในรูปแบบเอกสารบางประเภท
4. ใช้งานใน DeFi ได้
ต่างจากทองคำจริงที่เก็บไว้ในตู้เซฟ Tokenized Gold สามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันกู้ยืมในโปรโตคอล DeFi หรือใส่ใน Liquidity Pool เพื่อสร้างผลตอบแทน เพิ่มศักยภาพการใช้งานของสินทรัพย์
ตัวอย่าง Tokenized Gold ที่ได้รับความนิยม
Tether Gold (XAUt)
ออกโดยบริษัทเดียวกับ USDT แต่ละโทเคนอ้างอิงทองคำ 1 ทรอยออนซ์ ตามมาตรฐาน London Good Delivery โดยทองคำถูกจัดเก็บในห้องนิรภัยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
Paxos Gold (PAXG)
ออกโดย Paxos Trust Company ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานในรัฐนิวยอร์ก แต่ละโทเคนมีทองคำ 1 ออนซ์หนุนหลัง และจัดเก็บไว้ในห้องนิรภัยของ Brink’s ที่ลอนดอน
ความเสี่ยงและข้อจำกัด
แม้ Tokenized Gold จะเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ แต่ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงดังต่อไปนี้:
1. ความเสี่ยงด้านผู้ดูแลสินทรัพย์ (Custodial Risk)
ผู้ลงทุนต้องเชื่อมั่นว่าผู้ออกโทเคนถือครองทองคำจริงและสามารถรองรับการไถ่ถอนได้ หากบริษัทประสบปัญหาทางการเงินหรือบริหารจัดการทุนสำรองไม่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าโทเคน
2. ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin และ RWA ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบอาจส่งผลต่อการออกและการซื้อขายโทเคน
3. สภาพคล่องในตลาด
แม้ตลาดกำลังเติบโต แต่สภาพคล่องของ Tokenized Gold บนแพลตฟอร์มคริปโตยังมีขนาดเล็กกว่าตลาดทองคำโลกแบบดั้งเดิม
4. ค่าธรรมเนียม
อาจมีค่าธรรมเนียมธุรกรรมบนบล็อกเชน (Gas Fee) รวมถึงค่าธรรมเนียมการดูแลรักษาทองคำที่ผู้ออกโทเคนเรียกเก็บ
สรุป
Tokenized Gold เป็นการผสานระหว่างสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างทองคำกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ช่วยเพิ่มความสะดวก โปร่งใส และยืดหยุ่นในการลงทุน โดยยังคงรักษาคุณสมบัติของทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
เมื่อเทคโนโลยี Real-World Assets พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตลาด Tokenized Gold มีแนวโน้มเติบโต ทั้งในด้านปริมาณการซื้อขาย เครื่องมือด้านความโปร่งใส และการประยุกต์ใช้งานในระบบการเงินดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของผู้ออกโทเคน เงื่อนไขการไถ่ถอน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน